จะเล็กไปไหน : โดยภัทราวดี คำจันดา ทีม Positive Thinking ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

หมวดหมู่ การรู้เท่าทันสื่อ , โดย : admin , 3 กรกฎาคม 61 / อ่าน : 12

 

แม้หมายเหตุหรือดอกจัน (*) จะถูกวางให้อยู่ตรงมุมๆ และตัวเล็กมากๆ

แต่เราในฐานะผู้บริโภคก็ไม่ควรมองข้าม และอย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อโดยไม่ได้อ่านรายละเอียด

จากนางสาวภัทราวดี คำจันดา ทีม Positive Thinking เรื่อง จะเล็กไปไหน





“เหมือนถูกหลอก?”เพื่อนของฉันเดิน มาพร้อมกับถาดไก่ด้วยใบหน้าบูดบึ้งและยื่นมันมาให้ฉัน

ฉันก็มองลงที่ถาดอาหารด้วยสีหน้าสงสัยแล้วถามเพื่อนกลับไปว่า

“ทำไมไก่ชิ้นเล็กจัง? มันไม่ใช่ชิ้นใหญ่เหมือนในรูปที่โฆษณาเหรอ”

เพื่อนตอบว่า “ถามพนักงานแล้วเขาบอกว่าเป็นไก่ชิ้นเล็กถูกต้องแล้ว”

“ OMG! โหย ถ้าไก่จะชิ้นเล็กขนาดนี้ คงจะอิ่มแหละ”

ด้วยความงงและหิวเพราะคาดว่าสั่งไก่ชุดนี้มาทานแล้วจะอิ่มทำให้ฉันและเพื่อนรู้สึกไม่สบอารมณ์กับอาหารมื้อนั้นเป็นที่สุด และไม่พอใจกับการใช้ภาพของร้านไก่ทอดแบรนด์สีแดงนั้นมากๆ เมื่อฉันกับเพื่อนกลับไปอ่านรายละเอียดในโฆษณาอีกครั้งทำให้พบว่ามีการแจ้ง ในโฆษณาไว้แล้วว่าเป็นไก่ชิ้นเล็ก แต่ใช้ตัวอักษรที่มีขนาดเล็กนิดเดียว ซึ่งถ้าหากไม่อ่านให้ชัดเจน ก็จะคิดว่า ไก่เป็นชิ้นใหญ่เพราะภาพในโฆษณาทำให้เห็นแบบนั้น

อีกประโยคหนึ่งที่น่าจะคุ้นหูหลายๆคน“ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน…”ซึ่งเป็นประโยคสั้นๆที่อยู่หลังดอกจัน(*)ด้วยขนาดอักษรเล็กน่ารักในโฆษณาเครื่องสำอาง หากมองเผินๆก็จะไม่ได้สนใจว่าข้อความนั้นคืออะไรแต่แท้ที่จริงแล้วข้อความเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยอีกอย่างที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ล่าสุดฉันเองก็เพิ่งไปซื้อครีมซองลดรอยแดงจากสิวของแบรนด์สีเขียวมาใช้ ด้วยความเห็นโฆษณา หรือคนนู้น คนนี้ รีวิวมาว่าครีมนี้ดี

ไอ้เราก็อยากสวยบ้าง จ้าก็จัดไป 3 ซองเบาๆ นี่ขนาดยังไม่ได้ลองใช้ว่ามันดีหรือเปล่านะ ก็ซื้อเยอะขนาดนี้ พอใช้เท่านั้นแหละ โอ้พระเจ้า! ฉันแพ้ ! ผื่นแดงขึ้นเต็มหน้า แล้วครีม 3 ซองที่ซื้อมาคืออะไร อยากจะร้องไห้ (T^T)พร้อมกับ RIP ให้กับตัวเอง

ยังไม่หมด ความซื่อบื้อ และความตัวเล็กของดอกจัน(*) เหล่านั้นทำให้ฉันขี้เกียจอ่านคำเตือนหรือเงื่อนไขให้ละเอียด ล่าสุดเพิ่งแพ้ภัยโปรโมชั่น กับคำว่า

“ซื้อ 1 แถม 1*”

อย่าค่ะอย่าเพิ่งดีใจ คุณเห็นดอกจัน(*)นั้นไหมคะ แน่นอนมันน้อยมากที่เราจะได้สินค้าที่เหมือนกันกลับมา อย่างตัวฉันเองซื้อกางเกงยีนส์แบรนด์ดังที่ชอบ Sale บ่อยๆ โดยรายการโปรโมชั่นก็คือซื้อกางเกง 1 ตัวแถม 1 ตัวก็จริงแต่ของแถมไม่ใช่กางเกงอีกตัวที่มีราคาเท่ากัน แต่เป็นเสื้อที่มีราคาถูกกว่าแถมมาแทน บอกตรงๆ มันเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง เพราะฉันเข้าใจว่าซื้อกางเกง 1 ตัวแถมกางเกงอีกตัวในแบบเดียวกันราคาที่เท่ากัน ตอนไปจ่ายเงินพนักงานแจ้งข้อมูล ฉันนี่เหวอและอึ้งไปหลายวินาที บอกตรงๆว่า “งงในงง”มาก

หลายครั้งที่ภาพโฆษณาดึงดูดให้เราอยากซื้อสินค้าต่างๆเพียงแค่รูปที่สวยงามหรือ การเลือกใช้ ตัวอักษรโปรโมชั่นลดราคาที่มีขนาดใหญ่ ทำให้เราเลือกที่จะซื้อสินค้าและมองข้ามรายละเอียดอื่นๆไปถึงแม้ภาพเหล่านั้นจะมีกติกาและข้อมูลที่สำคัญบรรจุไว้ก็ตามแต่เพราะตัวอักษรที่มีขนาดเล็กทำให้ เราไม่ได้ใส่ใจที่จะอ่านข้อมูลเหล่านั้น ฉันเชื่อว่าหลายคนมีประสบการณ์ เช่นเดียวกับฉันและเพื่อน

เราต่างหลงเชื่อโฆษณาที่เกินจริงและไม่รอบคอบในการอ่านหมายเหตุที่แสนจะตัวเล็กกระจ้อยร่อยนั้น

โดยคนอื่นๆที่เจอเหตุการณ์เหล่านี้มีการบ่นผ่านกระทู้ต่างๆและพูดถึงเรื่องดังกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าหมายเหตุมันจะเล็กไปไหน บางคนบ่นในเรื่องโปรโมชั่นการซื้อโทรศัพท์มือถือร่วมกับโปรโมชั่นอินเตอร์เน็ตต่างๆที่มีหมายเหตุตัวเล็กระบุว่าเงื่อนไขเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้หรือบางคนบ่นเรื่องโปรโมชั่นการดูหนังลดราคาแต่มีหมายเหตุตัวน้อยระบุไว้ว่าลดราคาให้เพียงแค่100คนแรกเท่านั้น ฯลฯ

การต้องกลับมาอ่านหมายเหตุเล็กๆเหล่านั้นมันทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า ทำไมเหล่าหมายเหตุหรือดอกจัน(*) พวกนี้ถึงได้ตัวเล็กจังทั้งๆที่เป็นข้อมูลสำคัญ หากมองในมุมของชาวบ้านแบบเราๆก็คงจะมองว่าบริษัทขายสินค้าจงใจจะปิดบังข้อมูลเราหรือเปล่า เพราะหากบางคนไม่ใส่ใจอ่าน ก็จะมองแค่ข้อมูลที่เห็นชัดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น พ่อกับแม่ของฉันมักจะพูดว่ามันตัวเล็กมองไม่เห็นเลยไม่ได้อ่าน ถ้ารู้ว่ามันมีรายละเอียดอื่นๆอีกคงไม่ซื้อ

แต่หากมองในมุมของนักโฆษณาและคนทำโฆษณา เขามองว่าการทำสื่อโฆษณาหรือการทำสื่อส่งเสริมการขาย จุดประสงค์หลักก็คือการทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นและเป็นการสื่อสารให้ผู้ซื้อสามารถรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการได้มากขึ้น แต่ฉันเห็นว่า จะอย่างไรก็ตามเพื่อความถูกต้องและจริยธรรมในการทำสื่อก็จะต้องระบุข้อมูลที่เป็นจริงลงไปในโฆษณาด้วย เช่นไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ขวด หรือหากเป็นรายละเอียดโฆษณาในวีดีโอ ก็จะมีการแจ้งเตือน เช่น อ่านคำเตือนในฉลากทุกครั้งก่อนใช้ยา (แต่ก็มักเร็วเสียจนเราฟังไม่ทันเช่นกัน ?)

ในมุมของการตลาด การลงโฆษณาในแต่ละที่ย่อมมีค่าใช้จ่ายและการจะเลือกนำเสนอข้อมูลลงในโฆษณาข้อมูลหรือรูปภาพนั้นก็ต้องส่งผลที่จะทำให้เกิดยอดขายที่สูงขึ้นซึ่งข้อมูลบางอย่างก็อาจจะไม่ได้ทำประโยชน์ต่อการขายแต่จำเป็นต้องมีไว้ตามข้อกฎหมายที่กำหนด จึงต้องลดขนาดลงซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำโฆษณาซึ่งเมื่อหันกลับมามองด้านการควบคุมการนำเสนอสื่อโฆษณาของกฎหมายในประเทศจะเห็นได้ว่าโฆษณาหนึ่งชิ้นก่อนออกอากาศมีกระบวนการมากมายหลากหลายขั้นตอนโดยมีหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนในการควบคุมดูแลโฆษณา ดังนี้

หนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ถือว่าเป็นองค์กรหลักของรัฐบาลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมโฆษณา แต่ไม่มีบทบาทในการป้องกันการผูกขาดและดูแลการแข่งขันทางธุรกิจให้เป็นธรรม (เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในระยะยาวและสามารถดูแลการโฆษณาที่เอาเปรียบคู่แข่งขัน) ซึ่งปัจจุบันหน้าที่นี้เป็นของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าของกระทรวงพาณิชย์

แล้วหากถูกเอาเปรียบจะทำอย่างไร… ประชาชนหรือผู้ใช้บริการที่ถูกเอาเปรียบและต้องการร้องเรียนสามารถโทรสายด่วนสคบ.1166 หรือเข้าไปที่ เว็บไซต์ http://www.ocpb.go.thโดยเลือกที่เมนู ร้องเรียนออนไลน์ หรือสามารถเข้ามาร้องเรียนที่สำนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้

สอง มีกองกิจการกระจายเสียง (กกช.) ของกรมประชาสัมพันธ์ (ในอดีตเคยเป็น กบว. มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุ ) มีบทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำมากกว่าและทำงานในลักษณะร่วมเป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

สาม คณะกรรมการอาหารและยาของกระทรวงสาธารณสุข ควบคุมดูแลโฆษณาเกี่ยวกับอาหาร ยา และเครื่องสำอาง(ที่มา : การควบคุมโฆษณา จากภาพกว้าง มุมวิชาการโดย รศ. ดร. พนา ทองมีอาคม)

สี่ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย มีส่วนในการดูแลโฆษณาเพิ่มด้วย ซึ่งข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องและกฎกระทรวงต่างๆสามารถศึกษาได้ที่ http://advertising-300.exteen.com/20100922/entry-5 ซึ่งจะมีการอธิบายทั้งด้านการจัดทำโฆษณาและข้อกำหนด ระเบียบข้อห้ามต่างๆในการผลิตฉลากกำกับสินค้าไว้คร่าวๆ

จะเห็นได้ว่าจากข้างต้นที่กล่าวมาและจากข้อกฏหมายทั้งหมดที่อ้างอิงไว้ทำให้รู้ว่ากว่าจะมีโฆษณา 1 ชิ้น จำเป็นต้องผ่านกระบวนการมากมาย เรียกว่า กว่าจะมีโฆษณา 1 ตัว นั้นไม่ง่ายเลย

เมื่อถึงจุดนี้อาจทำให้มองได้ว่าที่สื่อโฆษณาทั้งหมดที่ทำหมายเหตุหรือดอกจัน (*) ตัวเล็กที่ดูเหมือนเพราะแค่ต้องการให้มีข้อมูลครบและให้ง่ายต่อการอนุมัติให้ออกอากาศและนำไปใช้ได้หรืออาจเพราะต้องการให้เกิดความสวยงามในสินค้าหรือสิ่งพิมพ์นั้น อาจซ่อนนัยของการเอาเปรียบผู้บริโภคไว้ด้วย ซึ่งนำไปสู่จุดประสงค์คือการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า

ใจจริงผู้บริโภคแบบฉันก็อยากจะเดินเข้าไปหาฝ่ายการตลาดของบริษัทคู่กรณีแล้ว ทำท่า “เบะปากมองบน” ใส่พวกเขา พร้อมกับพูดว่า “ในความเป็นจริงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ถ้าข้อมูลดอกจัน(*) จำเป็นที่จะแจ้งให้ผู้บริโภคทราบ พวกคุณควรที่จะตระหนักและใส่ใจกับการนำเสนอสื่อส่งเสริมการขายให้มากขึ้นเพราะจริงอยู่ที่ การเพิ่มยอดขายของคุณมันสำคัญ แต่การรักษาฐานลูกค้าก็สำคัญเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องทำคือการให้ความจริงใจกับผู้บริโภค”

ประชาชนเองในฐานะผู้บริโภคควรที่จะรู้เท่าทันสื่อโฆษณาและสื่อส่งเสริมการขายเหล่านี้ หากจะซื้อสินค้าควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบ กรณีมองไม่เห็นข้อมูลเพราะตัวเล็กเกินไปอาจะให้ลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่ช่วยอ่านรายละเอียดให้ฟังและถ้าหากสงสัยอะไรเกี่ยวกับข้อมูลก็สอบถามข้อมูลให้แน่ชัดก่อน

อย่าตัดสินใจซื้อโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดเพียงเพราะหมายเหตุหรือดอกจัน(*)มันตัวเล็กเกินไปแต่ให้เราคิดเสมอว่ารายละเอียดทั้งหมดเราควรจะทราบและสอบถามข้อมูลให้ครบถ้วนชัดเจนก่อนเพื่อป้องกันการผิดพลาดและการผิดหวังจากสินค้าที่เราเลือกใช้บริการ

ดังนั้น "อ่านสักนิดนะ ถึงจะดอกจัน(*)เหล่านั้นมันเล็กกระจ้อยร่อย แต่ก็มันช่วยให้เรารู้เท่าทันสื่อโฆษณา"

 

 

 


#feedDD #MASS

 

ติดตามเรื่องราวดีๆ อัพเดท สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่แฟนเพจ สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่นี่





โลกของชานน : โดยนิติพร ชุมศรี ผลงานประเด็นสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ชีวิตของเขาแทบจะไม่มีอะไรดีเลย ยกเว้นความดีในตัวเขาเอง....

แม่น้ำโบราณ : โดยเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ผลงานประเด็นสิ่งแวดล้อมในชุมชน

หญิงสาวในบ้านไม้เก่าแก่ ในฤดูกาลแห่งพรรษา เธอเฝ้าเว้าวอนจันทร์ ขอเพียงอย่าให้สายฝนทิ้งช่วงเลย....

บริการด้วยใจ : โดยเบญจรัตน์ อิ่มโต ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ในชีวิตประจำวันของทุกๆคนล้วนต้องทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่บ้าน หรือการทานอาหารนอกบ้าน.....

พลังชาวเน็ตจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน? : โดยวริทธิ์ธร แทนด้วง ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

พลังชาวเน็ต เป็นพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ในศตวรรษนี้ ส่งผลกระทบต่อสังคมมากมาย....

จะเล็กไปไหน : โดยภัทราวดี คำจันดา ทีม Positive Thinking ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ด้วยความงงและหิวเพราะคาดว่าสั่งไก่ชุดนี้มาทานแล้วจะอิ่มทำให้ฉันและเพื่อนรู้สึกไม่สบอารมณ์กับอาหารมื้อนั้นเป็นที่สุด....

เมื่อวานนี้ที่เธอยังอยู่ : โดยอัษฎาวุธ ไชยวรรณ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

แม้ดวงตาจะหลับสนิทอยู่ในนิทราแห่งราตรี ร่างผอมสูงนอนเหยียดยาวบนเบาะนุ่มสีคราม แม้แสงแดดจะสาดผ่านรูโหว่ของหน้าต่างเข้ามา ดูเหมือนเจ้าของร่างจะหลับลึกไม่สะทกสะท้านต่อแดดเช้า.....

สัตว์น้ำ : โดยธารา ศรีอนุรักษ์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ฝนตกหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตามาตั้งแต่ตอนเย็นวาน เลยข้ามคืนจนถึงสายของอีกวัน ระดับน้ำสะสมเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากปริ่มๆ พื้นบ้านที่สร้างแบบชั้นเดียวตามสมัยนิยม....

รีวิวหนังสปอยล์ใคร? : โดยอาจประณต สิงห์ทองไชย ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง กลิ่นข้าวโพดคั่วหอม ๆ ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงซึ่งบรรจุด้วยเก้าอี้จำนวนมากที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ....

รู้หรือไม่? วัยรุ่นไทยไม่โชว์ดังก็ดังได้! : โดยเสาวลักษณ์ ศรีสรรค์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ภาพเปลือย....หลายคนคงเคยเห็นปรากฏอยู่มากมายบนฟีดเฟซบุ๊กหรือตามโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะการไลฟ์สด นับว่าเป็นที่นิยมของกลุ่มคนเหล่านี้มาก

เสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนจบเกม (การพนัน) : โดยธารา ศรีอนุรักษ์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อการพนันฟุตบอลออนไลน์

ผมรู้ดีว่าเหยื่อที่มาดหมายจะกลับเวลานี้ และมีไอโฟนรุ่นล่าสุด เธอมาใช้ฟิตเนสของสวนสาธารณะ

ขากลับจะเอาไอโฟนรัดกับยางรัดสำเร็จรูปผูกที่แขนแล้วเดินฟังเพลงกลับที่พัก.....

ฝันที่โหดร้าย...ใครจะอยากให้เกิดขึ้นจริง? : โดยกุลสตรี ลีสินลา ผลงานประเด็นความรุนแรง

ทันทีเขาได้ยินเสียง เขาก็มุ่งหน้าเดินตามเสียงไป เพื่อดูให้แน่ใจว่าเสียงที่เขาได้ยินมันคืออะไร....

บ้านของหนู : โดยเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ผลงานประเด็นความรุนแรง

เธออยากคืนกลับเปลผ้าขะมุกขะมอมผืนนั้น เธอปรารถนาคืนกลับครรภ์แม่ ขดกายหลับฝันอยู่ที่นั่นนิรันดร....

ความฝัน : โดยชโลทร พูลศรี ผลงานประเด็นความรุนแรง

หวานจะหาเงินส่งตัวเองเรียนเอง ต่อจากนี้ไปหวานจะไม่ขอเงินพ่อเลยสักบาท....

กระจกสะท้อนเงาตน : โดยณัฐชยานี ศรีแนน ผลงานประเด็นความรุนแรง

บรรยากาศภายในบ้านเงียบ ได้ยินแค่เสียงลมหายใจและเสียงร้องไห้ของพ่อ พ่อทรุดเข่าลงพลางน้ำตาไหล ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นพ่อน้ำตาไหลเลย.....

นอกสายตา : โดยรัชพล มีฤกษ์ ผลงานประเด็นความรุนแรง

ทันทีที่ผมกับแม่ก้าวพ้นธรณีประตูไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องผงะกับภาพที่เห็นตรงหน้า....

จนกว่าเด็กชายจะมีโชค : โดยกิตติศักดิ์ อุ๋ยสกุล ผลงานประเด็นความรุนแรง

พ่อและแม่ของเด็กชายมีโชคพร่ำภาวนาให้ลูกของเขายังอยู่กับเขาต่อไป..

สมสี : โดยประชาคม ลุนาชัย ผลงานประเด็นความรุนแรง

มือที่ลูบหัว จิ้มท้อง เกาคาง และแบ่งปลาที่กินเหลือเจือจานออกไป ไม่ควรเป็นมือที่อุ้มมันส่งให้กับศัตรู

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ : โดยชิดชนก ชูช่วย ผลงานประเด็น สุขภาวะในชุมชน

แม้แกงจืดถ้วยนี้จะไม่ช่วยให้แกงจืดที่โรงเรียนเปลี่ยนไป แต่ก็เป็นแกงจืดถ้วยที่ทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าเมนูผักน่ากินขึ้นมา

ฝันถึงโรงนา : โดยมัณฑนา ธราพรสกุลวงศ์ บทความประเด็น สุขภาวะในชุมชน

"ฝันถึงโรงนา" ผลงานสร้างสรรค์ที่จะสะท้อนให้คุณเห็นถึงคุณค่าของวัฒนธรรมของท้องถิ่น บทความประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" ที่คุณต้องอ่าน..

คิดถึงบ้าน : โดยปณิธาน หินผา ทีมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

"คิดถึงบ้าน" เชื่อว่าใครก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกับบทความนี้ มาอ่านผลงานสร้างสรรค์ในประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" เรื่องโดย : ปณิธาน หินผา ทีมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กัน..

สุขบริสุทธิ์ : โดยกรวิกา สุเทวี ทีมประพันวิญช์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

"สุขบริสุทธิ์" อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ในประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" จากกรวิกา สุเทวี อีกหนึ่งผลงานที่เราอยากให้คุณได้อ่าน

ความสุขที่สุดในชีวิตของสมจิตร : โดยทีม YoungGuide Reporter โรงเรียนลันตาราชประชาอุทิศ

พ่อฮะๆ อูรักลาโวยจเป็นใครมาจากไหนเหรอครับ แล้วทำไมเราถึงต้องพูดภาษาอูรักลาโวยจฮะ ..ทำไมต้องอูรักลาโวยจ หาคำตอบในเรื่อง..

Test...BLOG5

Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด

Test...BLOG2

Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด

แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-298-0987-8 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com