พลังชาวเน็ตจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน? : โดยวริทธิ์ธร แทนด้วง ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

หมวดหมู่ การรู้เท่าทันสื่อ , โดย : admin , 4 กรกฎาคม 61 / อ่าน : 11

 

 

"พลังชาวเน็ตจะยิ่งใหญ่แค่ไหน? "

จากนายวริทธิ์ธร แทนด้วง เรื่อง พลังลบที่สุดในโลก




ทุกวันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าเราเปลี่ยนจากยุคที่คนดูทีวีทั้งวัน มาเป็นยุคที่คนนั่งมองโทรศัพท์มือถือทั้งวันและผมก็เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความจริงข้อนี้ ทุกวันนี้พวกเราเล่นเฟสบุ๊คดูยูทูปและหลงไปอยู่ในโลกของมันโลกอีกใบที่ชื่อว่า โซเชียลมีเดีย ไปนั่งอยู่ในโลกใบใหม่ที่ถูกสร้างทับโลกของเราจริงๆ พวกเราเข้าไปอยู่ในแง่มุมต่างๆในโลกใบนั้นที่ทำให้เราฉุกคิดกับสังคม และต้องยอมรับว่าในด้านหนึ่งโลกที่ได้ชื่อว่าโซเชียลมีเดียได้ช่วยสร้างเสริม และพัฒนาให้สังคมเราดีขึ้นทั้งการเข้าถึงข่าวสาร รับรู้ความเป็นไปของสังคม การติดต่อสื่อสารและกระจายข่าวสาร แต่อีกด้านหนึ่งมันได้ก่อให้เกิดปัญหาหลาย ๆอย่างที่พวกเรามองข้ามและสิ่งที่เรากำลังมองข้ามเหล่านั้นแหละที่กำลังทำให้สังคมแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดมิจฉาชีพออนไลน์ การสร้างข่าวลวง การแอบอ้าง การเชิดชูต้นแบบของสังคมหรือที่เราคุ้นชินอิกชื่อนึงคือเน็ตไอดอลที่ผิด ๆ และอีกประการหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสังคมเราเลยก็คือ การแสดงความเห็นที่แตกต่าง จนส่งผลกระทบมากมายตามมาจนเกิดเป็นมวลมหาประชาชนบนโซเชียลหรือที่เรียกกันสั้นๆว่า พลังชาวเน็ต

พลังชาวเน็ต เป็นพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ในศตวรรษนี้ ส่งผลกระทบต่อสังคมมากมาย แต่ประเด็นที่ผมจะยกมาในวาระนี้คงหนีไม่พ้นปัญหา การแสดงความคิดเห็น(แง่ลบ)ที่แตกต่าง ซึ่งอ้างจากข้อมูลในหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ที่บอกว่า วัยรุ่นไทยคว้าอันดับ 1 เรื่องคอมเมนต์แง่ลบในโซเชียลมากที่สุดในโลก จากผลสำรวจวัยรุ่นทั้งหมด 18 ประเทศ วัยรุ่นไทยมีความเห็นแง่ลบมากถึง 67% ของวัยรุ่นทั้งหมดที่ได้สำรวจ คำถามต่อมาที่ผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรที่จะหันกลับมาสนใจ และให้ความสำคัญนั้นคือความเห็นแง่ลบเหล่านี้เกิดขึ้นจากเหตุผลอะไร อย่างที่พวกเรารู้กันครับการแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่หากมันมีคำว่าแง่ลบมาต่อท้ายแล้วพ่วงด้วยอารมณ์ในขณะเราแสดงความคิดเห็น มันก็จะออกมาในรูปแบบที่ไม่หน้าพิสมัยเท่าไหร่นัก ยิ่งผสมด้วย คำหยาบ คำด่า คำดูถูก หรือคำพูดทิ่มแทงใจ แล้วยิ่งทำให้การแสดงความคิดเห็นเหล่านั้นกลับกลายเป็นสีดำ โดยขณะแสดงความคิดเห็นที่คิดว่าถูก ผู้แสดงกลับลืมคิดไปว่าการตอบโต้ด้วยคำที่ไม่สุภาพเหล่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของใครได้เลยแต่กลับเป็นการไปกระตุ้นการอยากเอาชนะ ความเกลียดชัง และอารมณ์โมโหของอีกฝ่ายหนึ่งให้ทวีคูณเพิ่มขึ้นไปอีก

ปัญหาคือการมองความจริงจากมุมที่ต่างกันของแต่ละคนก่อให้เกิดข้อโต้แย้งในเรื่องต่างๆที่ผ่านมามากมายไม่ว่าจะเป็น “ต่ำตมไม่หยุดเสียงสูงป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น” “เสือดำต้องไม่ตายฟรี”หรือล่าสุด “ป้าทุบรถ”ประเด็นเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นชุดข้อมูลที่พวกเราได้รับ และเลือกที่จะตีความในแบบที่เราคิดว่านั้นคือสิ่งที่ถูก โดยเราจะตัดสินข้อมูลเหล่านั้นจากความรู้ความคิดและสิ่งที่เราเคยพบเจอ และคนอื่นๆเขาก็จะตัดสินข้อมูลเหล่านั้นจากความรู้ความคิดและสิ่งที่เขาเคยพบเจอเช่นเดียวกัน แต่เพราะเราทุกคนบนโลกเบี้ยว ๆใบนี้ ล้วนเติบโตมาแตกต่างกันทำให้มีมุมมองความคิดที่ไม่เหมือนกัน และความต่างของชีวิตเหล่านี้ส่งผลให้เรายืนในมุมที่มองเรื่องเดียวกันไปคนละแบบคนละทาง และมักเชื่อว่าแบบที่เราเห็นมุมที่เราอยู่คือความจริงและถูกต้องกว่าคนอื่น โดยไม่คำนึงและไม่เลือกที่จะเปิดใจมองในมุมของคนอื่นหรือความคิดเห็นที่ต่างออกไปจากความเชื่อความเข้าใจของตัวเราเองเลย

อาจารย์เจริญเนตร แสงดวงแข อาจารย์ผู้สอนรายวิชา การวิเคราะห์และการวิจารณ์สื่อ ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ไว้ว่า…การแตกต่างทางความคิดไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเราอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะสังคมไทยที่เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม การมีวิถีชีวิต ศาสนา วัฒนธรรม หรื่ออื่นๆ ที่แตกต่างกันจึงเป็นเรื่องธรรมดา ความคิดเห็นที่แตกต่างจึงเป็นเรื่องธรรมดาเช่นกัน แต่ทั้งนี้ หากความแตกต่างทางความคิดก่อให้เกิดความแตกแยกบนโลกเสมือนจริง ที่ข้อความถูกส่งผ่านได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว Click จนก่อให้เกิด Hate Speech นั้นก็คงไม่ดีนัก เพราะเท่ากับว่าเรายังขาดการยอมรับความแตกต่างที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เมื่อสังคมเปลี่ยนไปและเราอยู่ในโลกของสื่อมากขึ้น การรู้เท่าทันสื่อจึงสำคัญ ควรคิดก่อนพิมพ์ให้พอๆ กับคิดก่อนพูด เพื่อให้การสื่อสารทุกครั้งเป็นไปในเชิงบวก เพราะเราทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้ โดยไม่แตกแยก…

สุดท้ายนะครับ ข้อเขียนนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้ทุกคนปฏิเสธการโต้แย้งในสังคม แต่เราทุกคนควรโต้แย้งกันบทพื้นฐานแห่งความแตกต่างโดยปราศจากความแตกแยก เพราะเพียงแค่เราเลือกเปิดใจที่จะยอมรับและยืนในที่ของคนที่มองมุมต่าง เราอาจได้พบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคนฝั่งตรงข้ามนั้นไม่ได้เลวร้าย หรือมีเจตนาไม่ดี เขาเพียงแค่มองเห็นสิ่งที่เขาเชื่อ แบบที่เรามองเห็นสิ่งที่เราเชื่อ ถ้าจะบอกให้ทุกคน ยอมรับความคิดของคนที่แตกต่าง คงเป็นไปได้ยาก แค่ขอให้ยอมรับฟังเสียงของความคิดคนอื่นบ้าง รับฟังเหตุผลของเขาที่มีความคิดแตกต่างบ้าง ถึงแม้เราไม่เข้าใจทั้งหมด อย่างน้อยๆ การรับฟัง ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีของการยอมรับความแตกต่าง พยายามแสดงความคิดเห็น ด้วยความเคารพหรือเหตุผล อย่าให้อารมณ์นำพาเราหลงประเด็น เปลี่ยนเป็นการโต้เถียงด้วยถ้อยคำ หรือการใช้ความรุนแรงต่างๆจากสภาวะในปัจจุบันที่สังคมได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งบางครั้งหน้าที่การงาน หรือการดำเนินชีวิตในแต่วันต้องเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ดังนั้น พวกเราต่างต้องมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ละคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันบ้างในมุมมองของแต่ละคน แต่ความแตกต่างในความคิดนั้นก็มีเหตุผลที่ต่างกันไปด้วย หากเปรียบความคิดที่แตกต่าง แต่ไม่แตกแยกนั้น ก็เหมือนกับ“ สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ ที่กำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ก่อให้เกิดความหลากหลายแต่อยู่รวมกันได้ ” เหมือนกับปัจจุบัน ที่ในสังคมมีความคิดหลากหลาย ความเชื่อที่ต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ ในแต่ละเรื่องแต่ละประเด็นความจริงไม่ได้มีแค่ด้านเดียวเสมอไป

 

 

#feedDD #MASS

 

ติดตามเรื่องราวดีๆ อัพเดท สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่แฟนเพจ สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ที่นี่


 



โลกของชานน : โดยนิติพร ชุมศรี ผลงานประเด็นสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ชีวิตของเขาแทบจะไม่มีอะไรดีเลย ยกเว้นความดีในตัวเขาเอง....

แม่น้ำโบราณ : โดยเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ผลงานประเด็นสิ่งแวดล้อมในชุมชน

หญิงสาวในบ้านไม้เก่าแก่ ในฤดูกาลแห่งพรรษา เธอเฝ้าเว้าวอนจันทร์ ขอเพียงอย่าให้สายฝนทิ้งช่วงเลย....

บริการด้วยใจ : โดยเบญจรัตน์ อิ่มโต ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ในชีวิตประจำวันของทุกๆคนล้วนต้องทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่บ้าน หรือการทานอาหารนอกบ้าน.....

พลังชาวเน็ตจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน? : โดยวริทธิ์ธร แทนด้วง ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

พลังชาวเน็ต เป็นพลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ในศตวรรษนี้ ส่งผลกระทบต่อสังคมมากมาย....

จะเล็กไปไหน : โดยภัทราวดี คำจันดา ทีม Positive Thinking ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ด้วยความงงและหิวเพราะคาดว่าสั่งไก่ชุดนี้มาทานแล้วจะอิ่มทำให้ฉันและเพื่อนรู้สึกไม่สบอารมณ์กับอาหารมื้อนั้นเป็นที่สุด....

เมื่อวานนี้ที่เธอยังอยู่ : โดยอัษฎาวุธ ไชยวรรณ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

แม้ดวงตาจะหลับสนิทอยู่ในนิทราแห่งราตรี ร่างผอมสูงนอนเหยียดยาวบนเบาะนุ่มสีคราม แม้แสงแดดจะสาดผ่านรูโหว่ของหน้าต่างเข้ามา ดูเหมือนเจ้าของร่างจะหลับลึกไม่สะทกสะท้านต่อแดดเช้า.....

สัตว์น้ำ : โดยธารา ศรีอนุรักษ์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ฝนตกหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตามาตั้งแต่ตอนเย็นวาน เลยข้ามคืนจนถึงสายของอีกวัน ระดับน้ำสะสมเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากปริ่มๆ พื้นบ้านที่สร้างแบบชั้นเดียวตามสมัยนิยม....

รีวิวหนังสปอยล์ใคร? : โดยอาจประณต สิงห์ทองไชย ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่งโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง กลิ่นข้าวโพดคั่วหอม ๆ ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงซึ่งบรรจุด้วยเก้าอี้จำนวนมากที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ....

รู้หรือไม่? วัยรุ่นไทยไม่โชว์ดังก็ดังได้! : โดยเสาวลักษณ์ ศรีสรรค์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อ

ภาพเปลือย....หลายคนคงเคยเห็นปรากฏอยู่มากมายบนฟีดเฟซบุ๊กหรือตามโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเฉพาะการไลฟ์สด นับว่าเป็นที่นิยมของกลุ่มคนเหล่านี้มาก

เสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนจบเกม (การพนัน) : โดยธารา ศรีอนุรักษ์ ผลงานประเด็นรู้เท่าทันสื่อการพนันฟุตบอลออนไลน์

ผมรู้ดีว่าเหยื่อที่มาดหมายจะกลับเวลานี้ และมีไอโฟนรุ่นล่าสุด เธอมาใช้ฟิตเนสของสวนสาธารณะ

ขากลับจะเอาไอโฟนรัดกับยางรัดสำเร็จรูปผูกที่แขนแล้วเดินฟังเพลงกลับที่พัก.....

ฝันที่โหดร้าย...ใครจะอยากให้เกิดขึ้นจริง? : โดยกุลสตรี ลีสินลา ผลงานประเด็นความรุนแรง

ทันทีเขาได้ยินเสียง เขาก็มุ่งหน้าเดินตามเสียงไป เพื่อดูให้แน่ใจว่าเสียงที่เขาได้ยินมันคืออะไร....

บ้านของหนู : โดยเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ผลงานประเด็นความรุนแรง

เธออยากคืนกลับเปลผ้าขะมุกขะมอมผืนนั้น เธอปรารถนาคืนกลับครรภ์แม่ ขดกายหลับฝันอยู่ที่นั่นนิรันดร....

ความฝัน : โดยชโลทร พูลศรี ผลงานประเด็นความรุนแรง

หวานจะหาเงินส่งตัวเองเรียนเอง ต่อจากนี้ไปหวานจะไม่ขอเงินพ่อเลยสักบาท....

กระจกสะท้อนเงาตน : โดยณัฐชยานี ศรีแนน ผลงานประเด็นความรุนแรง

บรรยากาศภายในบ้านเงียบ ได้ยินแค่เสียงลมหายใจและเสียงร้องไห้ของพ่อ พ่อทรุดเข่าลงพลางน้ำตาไหล ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นพ่อน้ำตาไหลเลย.....

นอกสายตา : โดยรัชพล มีฤกษ์ ผลงานประเด็นความรุนแรง

ทันทีที่ผมกับแม่ก้าวพ้นธรณีประตูไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องผงะกับภาพที่เห็นตรงหน้า....

จนกว่าเด็กชายจะมีโชค : โดยกิตติศักดิ์ อุ๋ยสกุล ผลงานประเด็นความรุนแรง

พ่อและแม่ของเด็กชายมีโชคพร่ำภาวนาให้ลูกของเขายังอยู่กับเขาต่อไป..

สมสี : โดยประชาคม ลุนาชัย ผลงานประเด็นความรุนแรง

มือที่ลูบหัว จิ้มท้อง เกาคาง และแบ่งปลาที่กินเหลือเจือจานออกไป ไม่ควรเป็นมือที่อุ้มมันส่งให้กับศัตรู

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ : โดยชิดชนก ชูช่วย ผลงานประเด็น สุขภาวะในชุมชน

แม้แกงจืดถ้วยนี้จะไม่ช่วยให้แกงจืดที่โรงเรียนเปลี่ยนไป แต่ก็เป็นแกงจืดถ้วยที่ทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าเมนูผักน่ากินขึ้นมา

ฝันถึงโรงนา : โดยมัณฑนา ธราพรสกุลวงศ์ บทความประเด็น สุขภาวะในชุมชน

"ฝันถึงโรงนา" ผลงานสร้างสรรค์ที่จะสะท้อนให้คุณเห็นถึงคุณค่าของวัฒนธรรมของท้องถิ่น บทความประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" ที่คุณต้องอ่าน..

คิดถึงบ้าน : โดยปณิธาน หินผา ทีมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

"คิดถึงบ้าน" เชื่อว่าใครก็เคยรู้สึกเช่นเดียวกับบทความนี้ มาอ่านผลงานสร้างสรรค์ในประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" เรื่องโดย : ปณิธาน หินผา ทีมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กัน..

สุขบริสุทธิ์ : โดยกรวิกา สุเทวี ทีมประพันวิญช์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

"สุขบริสุทธิ์" อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ในประเด็น "สุขภาวะในชุมชน" จากกรวิกา สุเทวี อีกหนึ่งผลงานที่เราอยากให้คุณได้อ่าน

ความสุขที่สุดในชีวิตของสมจิตร : โดยทีม YoungGuide Reporter โรงเรียนลันตาราชประชาอุทิศ

พ่อฮะๆ อูรักลาโวยจเป็นใครมาจากไหนเหรอครับ แล้วทำไมเราถึงต้องพูดภาษาอูรักลาโวยจฮะ ..ทำไมต้องอูรักลาโวยจ หาคำตอบในเรื่อง..

Test...BLOG5

Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด

Test...BLOG2

Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด

แผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ
Art & Culture for Health Literacy

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ThaiHealth Promotion Founnation (THPF)

978/118 ชั้น34 อาคารเอสเอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 02-298-0987-8 โทรสาร : 02-298-0989
อีเมล : artculture4health@gmail.com